ไม่ได้กลับกรุงเทพมาแค่หกเดือน อะไรๆดูเปลี่ยนไปเยอะ โดยเฉพาะ พี่คนขับแท๊กซี่ เดี๋ยวนี้ ณ ปัจจุบัน อยากจะเรียกใช้บริการ พี่ไม่รับบ้างอาไรบ้าง อ้างว่า ไปส่งรถไม่ทัน หรือ ไม่ก็ ไปเรียกรถคันอื่นเถอะ ทำเหมือนพ่อพระเอกคิวทอง เลือกผู้โดยสาร เหมือนเลือกรับงาน แอบเคืองพี่เขามากเลยน๊ะเนี่ย มีเหตุการณ์ประสบกับตัวเองมาแล้ว 3- 4 ครั้งตั้งแต่กลับมาถึงเมืองไทยเนี่ย ครั้งแรกไม่ชัวร์ แต่พอเจอมาถึงสามครั้ง คราวนี้ชัวร์เลยว่าพี่พระเอกคิวทอง ไม่เลือกเรา แต่เลือกที่จะรอลูกค้าต่างชาติอ่ะ
ครั้งแรกเราโบกรถที่ประตูน้ำข้างๆตึกใบหยก 2 ไปกับว่าที่สามีในขณะนั้นประมาณกำลังจะกลับบ้านกันเรียกไปแถวดินแดง พี่คนแรกมองหน้าแล้วบอกว่าไม่ไป เพราะว่าส่งรถไม่ทัน( เอออออขอคำอธิบายได้ไหมว่า สงกรานต์เนี่ยถนนโล๊งโล่งแต่พี่บอกส่งรถไม่ทันอ่ะ โหทำกันได้ ขับไม่ถึงสิบห้านาทีก็ถึง )เอาไม่เป็นไร เรียกคันที่สอง พี่คิวทองคนที่สอง มองหน้าเรา กับ แฟน ก่อน พร้อมทั้งตอบแบบเลี่ยงๆว่า ไปเรียกรถคันข้างหน้าที่รออยู่ตรงโน้นเถอะ (อาการงงกับงอนเริ่มมาประมาณว่าไรว่ะ) แล้วเราก็เดินไปตามทางที่พีเขาแนะนำ ไปถามกับพี่คิวทองที่จอดอยู่หน้าใบหยก 2 หน้าตึกจะมีพี่แท๊กซี่ จอดรออยู่สองคน เราก็เดินไปแล้วถาม พี่คิวทองอีกแล้วววววค่ะ บอกเราว่าไปเรียกคันอืนเถอะ (ตอนนี้อาการควันออกหู) ไม่เป็นไรขอเรียกอีกคัน แล้วในที่สุดพี่คนนี้ก็รับเรา แบบไม่เกี่ยงงอน
เหตุการณ์ที่สอง ไปเดินสวนจตุจักรกับสามี (ตอนนี้แต่งงานกันแล้ว) อากาศร้อนแรงเหลือ สามีเดี๊ยนก็ทนไม่ไหว บอกว่าเรียกรถไปเดิน platinum กันเตอะ เราก็เดินไป เรียกไปซิ สองคันแรกไม่ไป (นึกในใจ เอาอีกแล้วเจอพี่คิวทองอีกแล้ว) เด็ดสุดสามี เป็นคนไปเรียกคันที่สาม ที่จอดรอลูกค้าอยู่ ปรากฎว่า พี่คิวทองขอราคาเหมา 200 บาท แถม มีบอก one stop ให้เราด้วย เราไม่พูดมาก บอกสามีเลยว่า "Follow me " เคืองอ่ะ  แล้วก็ไปเจอพี่แท๊กซี่ใจดี ยอมไปแต่โดยดี โดยเสียค่ารถให้พี่เขาไปร้อยนิดๆเอง
เหตุการณ์ที่สาม วันเดียวกันนี้เองประมาณสี่ทุ่มเหอะหน้าอินทราเลย เรียกรถกลับบ้าน พี่คิวทองคนแรกบอกว่าไม่ไป รถติด (งงไงวันเสาร์กลางเดือนเพลา สี่ทุ่มเมืองไทยประตูน้ำ รถติด) ไม่เป็นไร เรียกคันที่สอง เห็นจอดรออย่างกับข้าวแช่เป็นแถว ๆ เหมือนเดิม มองหน้าสามีเรากะหน้าเรา แล้วก็ตอบว่าไม่ไป เราเกิดอาการหงุดหงิด กะว่าถ้ารถเมล์มาน๊ะจะสอยขึ้นรถเมล์เลย แล้วสามีก็บอกเราว่า ยูลองเรียกอีกจิ เราก็บอกว่าลองก็ได้ยังไงพี่ๆเขาก็ไม่ไปหรอก แล้วโชคก็เป็นของฉัน พี่เขายอมไปอ่ะ ฮิๆๆๆๆ ในที่สุดก้อได้กลับบ้าน
ขอสรุปเหตุการณ์สามเหตุการณ์น้ำจิ้มเหล่านี้ทำให้เห็นได้ว่า ใครว่าสมัยนี้ไม่มีการแบ่งชนชั้น และ วรรณะ
(อันนี้ไม่ชัวร์) ที่แน่ั้ๆ และ confirm ด้วยประสบการณ์ตรงคือ คนต่างชาติเป็นชนชั้นหนึ่ง ประชาชนชาวไทยเป็นชนชั้นสอง ส่วนเรื่องการเรียกราคาเหมาจ่ายของพี่คิวทองเนี่ย ถ้าพี่ทำอย่างนี้จะมีมิเตอร์ทำไมอ่ะ ทำให้นึกถึงสมัยเด็กๆที่เวลาจะไปไหนที่ต้องเรียกแท๊กซี่ แล้วก็ต่อรองราคากัน เพราะพี่ไม่มีมิเตอร์ แต่ตอนเนี่ยมีมิเตอร์แต่ไม่ใช้ แล้วมีทำไมอ่ะพี่.....
เจ้าหน้าที่เขต xxxxxแผนกการปกครองที่เคารพ ถ้าไม่ยินดีต้อนรับประชาชนอย่างดิฉันก้อไม่เป็นไรค่ะ เอกสารหนึ่งใบใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงเป็นเพราะคุณทำงานสองงานหรือสามงานหรือสี่ห้างานพร้อมกัน ประชาชนนั่งรอตาดำๆรอคุณดำเนินเรื่องให้ ในระหว่างรอ คุณกลับไปตอบเพื่อนร่วมงานต่อหน้าประชาชนอย่างดิฉันว่า "เรื่องของกู" ประโยคนี้มันผ่านทั้งห้วและหูของดิฉันไป ถึงแม้ว่ามันจะฟังแล้วช่างสนิทใจกัน แต่คงไม่เหมาะมังค่ะ ถ้ามีประ...ชาชนนั่งอยู่หัวโด่เนี่ย ในระหว่างรอคุณตรวจเอกสารคุณกลับไปทำงานให้คนอื่นที่โทรมาหาคุณในขณะที่คุณกำลังรับใช้ประชาชนอย่างดิฉัน โดยบอกคนในโทรศัพท์ว่าคุณกำลังยุ่งอยู่มีประชาชนแล้วคุณก้อไม่วาง และ คุณกลับเหลือบไปจิบกาแฟ, คุณกลับเหลือไปตอบ lineโทรศัพท์มือถือก่อนที่จะยื่นเอกสารให้ดิฉันลงไปดำเนินเรื่องชั้นล่างและต้องนำกลับมาให้คุณอีกครั้ง ครั้นเอามาให้คุณ ระหว่างรอ เอกสารดิฉันเจ้านายคุณต้องเซ็นรับรอง มีเจ้าหน้าที่เอาเอกสารมาให้คุณแก้ระหว่างรอ คุณก้อช่างใจดีแก้ให้เจ้าหน้าที่อีกท่านพอเอกสารดิฉันมาถึง คุณแม่ดิฉันคุณแค่ว่าเรามีที่อื่นต้องไป ช่วยทำให้ก่อนได้ไหม คุณก้อตอบแบบขอไปทีด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาว่า "รอสักครู่ค่ะ" ดิฉันนั่งมองหน้าเจ้าหน้าที่ท่านอื่นด้วยความเอือมระอา ไม่เกินห้านาทีเอกสารเสร็จคุณแม่ดิฉันของซองใส่เอกสาร คุณเธอทำหน้างงประมาณว่าจะตอบหรือถามเจ้าหน้าที่ท่านอื่น ดิฉันฉุนสุดๆ จึงพูดขึ้นก่อนที่จะลุกออกจากเก้าอี้ว่า "ม้าไม่ต้องลำบากหรอกแคซองใบเดียวเองไม่ต้องไปเอาหรอก" แล้วดิฉันก้อเดินออกจากห้องเลย ได้ยินแค่คำขอโทษของเจ้าหน้าที่ตามหลังมา อาการดั่งกล่าวที่ดิฉันเห็นประหนึ่งว่างานคุณยุ่งมากอยู่คนเดียวในขณะที่โต๊ะอื่นๆไม่เห็นเป็นอย่างคุณเลย ขออภัยน๊ะค่ะดิฉันอาจจะเข้าใจผิดไปเองหรือไม่เข้าใจงานที่คุณทำ จึงได้แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมเหรอค่ะมีแต่โต๊ะคุณเท่านั้นที่ยุ่งแต่โต๊ะคนอื่นไม่ยุ่งเหมือนคุณ ไม่มีโทรศัพท์ ไม่มีคนตามงาน ????
 

edit @ 27 Apr 2013 22:09:46 by Shoppies

edit @ 28 Apr 2013 11:35:31 by Shoppies

ตำหนินิดๆ

posted on 29 Aug 2012 21:02 by shoppies

วันนี้เงินหมดไม่มีเงินจะใช้แล้วเพราะเจอค่าตรวจโรคไปวันนี้แทบอ๊วก ถึงแม้ว่าเมื่อกลับไปทำงาน จะสามารถเบิกได้ก้อตามแต่ก้อมิได้หมายความว่าจะเบิกได้หมด เราเบิกค่าตรวจโรคได้ไม่เกิน 100 usd ซึ่งเท่ากับเงินไทยโดยประมาณ 3,100 บาท แล้ววันเนี่ยโดนไปแล้ว 3790 บาท เฉพาะค่าตรวจเลือด ปัสสาวะ พบคุณหมอ และ X- ray

เราไม่ได้จะโวยวาย แค่คิดก้องง เพราะอาไร เพราะปกติเสียประมาณครึ่งหนึ่งของราคาเสียหายวันนี้ แต่ไม่ได้เก็บใบเสร็จไว้ คราวนี้คงต้องเก็บไว้อย่างดี ต่อมาก้อต้องไปตรวจสารเสพติด โดนไปอีก 852 บาท ซึ่งราคาก้อประมาณเนี่ยตั้งแต่ตรวจมาเมื่อสี่ปีที่แล้วยันวันนี้ เบ็ดเสร็จวันนี้โดนค่าเสียหายไป 4642 บาท โอ้!!!!!!!!!!!!!!!!! (ไม่ช่ายมาริโอ้น๊ะ)
แล้วไงต่อ ก้อตังค์ไม่พอน๊ะสิ นี่ยังไม่ได้ไปขอ วีซ่า เล๊ย! ฉันยังต้องเสียอีกจิปาถะ ทำไง ก้อต้องไปแลกเงินน๊ะ โชคดีหรือร้ายไม่รู้ ที่ยังมีเงินดอลเหลืออยู่ วันนี้ไปแลกที่แบงค์มา ให้ไปสิบใบมีหนึ่งใบไม่ผ่าน ทำไมเหรอ ก้อเพราะว่าแบงค์มีรอยหมึกสีแดง (อ้าววววว แต่ยังใหม่อยู่อ่ะก้อไม่รับ) ให้ดูกันเลย ส่วนด้านหน้าเป็นรอยหมึกสีแดงกระจายจางๆฝั่งซ้าย เจ้าหน้าที่ก้อจะขอเปลี่ยน เราก้อบอกว่าไม่เป็นไร เจ้าหน้าที่เขาก้อขออภัยเรา เราก้อไม่ว่าไรแต่ในใจแอบคิดไงว่า แบงค์เก่าก้อไม่รับ แบงค์มีรอยขีดเส้นตรงหน้าคนหายเหมือนแบงค์บ้านเราที่ยังใช้ได้ แบงค์ก้อไม่รับ ด้วยเหตุผลที่ว่าเอาไปขายต่อไม่ได้ วันนี้แบงค์ที่เราเอาไปใหม่เอี่ยมอ่องแบบว่าถ้าบอกว่าพิมพ์มาใหม่เหรอ คนก้อคงเชื่อ เฮออออออออ
คำถามที่มีอยู่ในใจเราคือ ทำไมแบงค์เมืองไทยมันช่างเรื่องมากจัง !!!!!!!!!!!! ตอนทำงานอยู่เราต้องตามขอแลกแบงค์กะแฟนเรา เขาก้องงว่าทำไม เราก้อบอกว่า เราแลกเงินไม่ได้ แบงค์ไม่รับ เขาต้องการแบบไร้ที่ติ แฟนเราก้อหัวเรา แล้วก้อให้เราแลกไป เพราะ บ้านเขาไม่มีปัญหา ไม่ว่าจะเก่าหรือจะใหม่

edit @ 30 Aug 2012 18:34:30 by Shoppies